ทัวร์หลวงพระบาง 4วัน 3คืน รับหนองคาย/สนามบินอุดร

ทัวร์หลวงพระบาง 4วัน 3คืน รับหนองคาย/สนามบินอุดร

โปรแกรม ทัวร์หลวงพระบาง 4วัน 3คืน รับหนองคาย/สนามบินอุดร

วันที่ 1 หนองคาย-เวียงจันทร์-วังเวียง- หลวงพระบาง

 

07.00 ทีมงาน ให้การต้อนรับ คณะที่สนามบินอุดรธานี หรือ หนองคาย 
08.00 เดินทางไปสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว เพื่อรอทำเอกสารผ่านแดนข้ามไปประเทศลาว

09.00 จากนั้นนำท่านเข้าสู่ สปป.ลาว(วันนี้เดินทางไปหลวงพระบางเลย ) จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองวังเวียงสายน้ำซองไหลผ่านใสบริสุทธิ์ระหว่างทางชมวิถิชีวิตของชาวลาวและวิวธรรมชาติสองข้างทางอันสวยสดงดงาม(กุ้ย หลินเมืองลาว)วังเวียงเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยสดงดงามอากาศเย็นสบาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวของลาวตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำซองล้อมรอบด้วยเทือกเขาหินปูสูงใหญ่ตระการตา มองเห็นสายน้ำกว้างสลับกับเนินทราย โดยมีเทือกเขาหินปูนเป็นฉากหลัง วังเวียงได้ ฉายาว่า "กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว"
 
12.00 รับประทานอาหารกลางวัน(มื้อที่1)

13.00
 จาก นั้นมุ่งหน้าเดินทางสู่หลวงพระบาง ตามระหว่างทางเราแวะถ่ายรูปที่บ้านผาตั้งถ่ายรูปคู่กับ ผาตั้ง และวิวแม่น้ำซอง อันงดงาม ตลอดสองข้างทางท่านจะเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของทิวเขาไรน่าแบบขั้นบันได ละหมู่บ้านชนพื้นเมืองต่างๆของลาว เช่น ลาวสูง ลาวเทิงลาวม้ง ไทลื้อ ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่สองข้างทางชมความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่เต็มไปด้วยไม้ป่านานาพันธ์ที่ขึ้นตามธรรมชาติเส้นทางสายนี้จัดเป็นเส้นทางลัดเลาะภูเขาที่สวยที่สุด แห่งหนึ่งของเอเซียอาคเนย์ก็ว่าได้

19.00
 รับประทานอาหารเย็น(มื้อที่2)  เช็คอินเข้าที่พักหลวงพระบาง  จากนั้นนำท่านพาเดินเที่ยวตลาดมืดหลวงพระบาง ชมสินค้าผ้าทอกระเป๋าทำมือ มากมาย
 
วันที่ 2 ตักบาตรข้าวเหนียว-พระธาตุภูสี-พระราชวัง-วัดเชียงทอง-ถ้ำติ่ง-น้ำตก ตาดกวางสี

05.30 เชิญ ท่านร่วม ทำบุญใส่บาตรข้าวเหนียว พร้อมกับประชาชนชาวหลวงพระบางในทุกเช้า พระสงฆ์และสามเณรจากวัดต่างๆ จะออกบิณฑบาต เป็นแถวนับร้อยรูป ซึ่งเป็นภาพอันน่าประทับใจ และสื่อถึงความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของชาวหลวงพระบาง จากนั้นนำท่านเดินชมตลาดเช้าของชาวหลวงพระบางซึ่งเป็นตลาดสด ท่านสามารถเลือกซื้ออาหารพื้นเมือง และของป่า ซึ่งเป็นแบบฉบับของชาวลาว
 
07.00 รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่3)
08.00 นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวงพระบาง สร้างในรัชสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและลาว เป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ จนพระองค์สวรรคต ก็มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พศ.2518 ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ นำท่านชมหอพระบางเป็นที่ประดิษฐานพระบาง พระคู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรูปประทับยืนปางห้ามสมุทรเป็นศิลปะขอมสมัยบายน น้ำหนัก 54 กิโลกรัม เป็นทองคำ 90 เปอร์เซ็นต์
 
09.00 จาก นั้นนำท่านชม วัดเชียงทอง วัดที่ตั้งอยู่ริมผั่งเม่น้ำโขงสร้างในรัชสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ช่วงประมาณ ปี พศ 2102 – 2103 ซึ่งวัดเชียงทองได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงค์ และเข้าชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์สองพระองค์สุดท้าย ชมพระอุโบสถ ที่มีศิลปะแบบล้านช้าง หลังศรแอ่นโค้งต่ำ ซ้อนกันอยู่สามชั้น มีช่อฟ้าที่อยู่ตรงกลางของหลังคารวมกัน 17 ช่อ ถ้าเป็นคนสามัญสร้างจะมี 1-7 ช่อเท่านั้น ชมพระพุทธรูปป่างห้ามสมุทรในอูปมูง ด้านข้างพระอุโบสถ ชมวิหารพระม่านที่ประดิษฐานพระม่าน ผนังสีชมพู ภาพประดับกระจกสีเล่าถึงวิถีชีวิตชาวหลวงพระบาง ชมโรงราชรถ
ออกแบบโดยเจ้ามณีวงศ์ ภายในบรรจุพระพุทธรูปแกะสลักไม้จำนวนมากที่เก็บมาจากวัดร้างต่างๆ
 
10.00 นำ ท่านชม วัดวิชุนราช สร้างในสมั่ยพระเจ้าวิชุนราช (พศ 2046 ) นับเป็นอีกหนึ่งพระธาตุที่ชาวหลวงพระบางให้ความนับถือ ซึ่งเป็นพระธาตุที่มีรูปทรงคล้ายกับลูกแตงโมผ่าครึ่ง
10.30เดินทางไปยัง หมู่บ้านซ่างไห เพื่อลงเรือเดินทางชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขง รับประทานอาหารกลางวันประเภทปลาน้ำโขงที่หมู่บ้านปากอู
 
12.00 รับประทานอาหารกลางวัน(มื้อที่4) จากนั้นนำชม ถ้ำติ่ง ซึ่งเป็นถ้ำอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำโขงมีอยู่ 2 ถ้ำ คือ ถ้ำล่างและถ้ำบน ถ้ำติ่งลุ่ม หรือ ถ้ำล่างสูง 60 เมตรจากพื้นน้ำ มีลักษณะเป็นโพรงน้ำตื้นๆ มีหินงอกหินย้อย มีพระพุทธรูปไม้จำนวนนับ 2,500 องค์ ส่วนใหญ่จะเป็นพระยืน มีทั้งปางประทานพร และปางห้ามญาติ ถ้ำติ่งบน จะไปทางแยกซ้ายเดินขึ้นบันไดไป 218 ขั้น ปากถ้ำไม่ลึกมากมีพระพุทธรูปอยู่ในถ้ำแต่ไม่มากเท่าถ้ำล่างสมัยโบราณเป็นที่สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณ ผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง ต่อมาพระเจ้าโพธิสารทรงเลื่อมใสพระพุทธศาสนาเป็นผู้นำพระพุทธรูปเข้ามา และจึงทรงใช้ถ้ำติ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา
 
15.00 พา คณะไปชม น้ำตกตาดกวางสี ห่างจากเมืองหลวงพระบางประมาณ 30 กม.ผ่านหมู่บ้านชนบทริมสองข้างทาง ชมความงดงามของน้ำตก ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงราว70-80เมตร ถือเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในหลวงพระบาง โดยมีสายน้ำที่ลดหลั่นผ่านชั้นหินปูนลงสู่แอ่งน้ำที่สดใส มีทางเดินลัดเลาะขึ้นไปสู่ชั้นบนเพื่อชมความงามอีกมุมหนึ่งของน้ำตก อิสระให้ท่านดื่มด่ำกับธรรมชาติ เล่นน้ำ บันทึกภาพอันประทับใจ
 
18.00 นำ ท่านขึ้นสู่ เขาพูสี ขึ้นบันได 328 ขั้น เชิญนมัสการธาตุพูสี เจดีย์ธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวหลวงพระบาง ตลอดทางขึ้นท่านจะได้รับกลิ่นหอมจากดอกจำปาลาว ดอกไม้ประจำชาติลาว เมื่อท่านถึงยอดให้ท่านนมัสการองค์พระธาตุ ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าอนุรุท เมื่อปี พ.ศ.2337 พระธาตุเป็นรูปทรงดอกบัว อยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร ชมพระอาทิตย์ยามอัสดง วิวทิวทัศน์รอบเมืองหลวงพระบางยามเย็น
 
18.00 รับประทาน อาหารเย็น (5) ที่ร้านอาหาร
19.00 เช็คอินเข้าที่พักพักผ่อนอย่างสบาย จากนั้นนำท่านพาเดินเที่ยวตลาดมืดหลวงพระบาง

 

วันที่ 3 หลวงพระบาง-พูคูน-วังเวียง-ถ้ำจัง

 

07.00 รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่6)

08.00 เดินทางออกจากหลวงพะบางแวะเข้าห้องน้ำถ่ายรูปวิว(จุดนี้จะสูงที่สุดในเส้นทางนี้)ที่กิ่วกะจำ หมู่บ้านชาวเขา ผ่าน พูคูน เลือกซื้อผัก ผลไม้ สัตว์ป่า จากชาวม้งที่ปลอดสารพิษ

12.00
 รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่7)
15.00 เดินทางถึง “กุ้ยหลินเมืองลาว”  พาคณะชม ถ้ำจัง ถ้ำที่สวยที่สุดของวังเวียงภายในเป็นโถงใหญ่ มีไฟประดับ ภายในบริเวณถ้ำจะสัมผัสได้ถึงอากาศเย็นฉ่ำ หินงอกหินย้อยอันงดงาม
 
18.00 รับประทานอาหารเย็น(มื้อที่8) และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยหรือท่านใดต้องการเดินเที่ยวเล่นในตัวเมืองวังเวียงยามค่ำคืน ทางทีมงานมีบริการรถรับส่งให้ท่าน
 
วันที่ 4 วังเวียง-เวียงจันทน์-พระธาตุหลวง-ประตูชัย-หนองคาย

 

07.00 รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่9 ) 
08.00 จากนั้นออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ กำแพงนครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 150 กม.
12.00 รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่10) ณ ภัตตาคาร ด้วยเมนูอาหารหลากหลาย

13.00 นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว (Hor Phra Kaew Museum) ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตก่อนที่จะถูก อันเชิญมาไว้ที่กรุงธนฯโดยเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก(ร. 1) เมื่อปี ค.ศ. 1778 นำท่านเข้าชม นมัสการ พระธาตุหลวงหรือพระเจดีย์โลกจุฬามณี เป็น ปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ สร้างใน สมัยเดียวกันกับการสร้างเมืองเวียงจันทน์ โดยพระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ และ พระอรหันต์ 5  องค์บรรจุพระบรม สารีริกธาตุ ส่วนหัวเหน่าของพระพุทธเจ้าไว้ในองค์พระธาตุ เดิมเป็น พระธาตุองค์เล็ก ๆ ต่อมาในสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้นำ พาประชาชน  สร้างพระธาตุองค์ใหญ่ครอบพระธาตุองค์เดิมไว้จนถึงปัจจุบันนี้ สวยงามและ ยิ่งใหญ่ ที่สุดในประเทศลาว
-อนุสาวรีย์ประตูชัย (Victory Monument) 
 สถาปัตยกรรม ผสมผสานลาว ล้านช้าง กับฝรั่งเศส ตั้งตระหง่านสูงเด่นอยู่ ใจกลางนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อรำลึกถึงวีรชนของชาติ ที่ เสียสละ เพื่อชาติบ้านเมืองมา  ทุกยุค ทุกสมัย ชั้นบนสุดท่าน สามารถชมทิวทัศน์ของเวียงจันทน์ได้รอบทิศทาง 

15.00 ได้เวลาอันสมควร นำคณะมาที่ด่านชายแดนลาว-ไทย ให้ท่านแวะช๊อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี ที่ Duty free ของลาว ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ทำเอสการข้ามแดน ที่ด่านลาวเลือกซื้อสินค้านานาชาติมียี่ห้อ ราคาถูก ต่างๆ มากมาย อาทิ เหล้า ไวน์ บุหรี่ และเครื่องสำอาง 

16.30 เดินทางกลับเมืองไทยด้วยความประทับใจ และส่งท่านตามที่นัดหมาย  

ทัวร์หลวงพระบาง เที่ยวหลวงพระบาง 4วัน 3คืน

อัตราค่าบริการต่อท่าน
จำนวน/ราคา
4-5 ท่าน
6-7 ท่าน
8-10 ท่าน
พักเดี่ยวเพิ่ม
ที่พัก 2 ดาว
13,000
9,300
7,500
2,000
ที่พัก 3 ดาว
14,000
9,900
8,000
3,000
ที่พัก 4 ดาว
17,500
13,900
11,500
6,000

จำนวน 31 – 42 ท่าน ใช้รถบัสลาว VIP 45 ที่นั่ง ราคา ลดลงท่านละ 1,000 บาท จากราคา 8-10  ท่าน
มีสต๊าฟ และฟรีอาหารเช้า

จำเป็นต้องมีพาสปอร์ต ทุกคน

อัตรานี้รวม

  • ค่าที่พัก (โรงแรมในประเทศลาว 3 คืนพัก 2 ท่าน/ห้อง)
  • ค่ารถตู้ปรับอากาศ รุ่นใหม่/รถบัสปรับอากาศ ตลอดการเดินทาง
  • ค่าอาหารทุกมื้อ ( 10 มื้อ)
  • น้ำดื่มระหว่างการเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียมสถานที่ต่าง ๆ รวมค่าผ่านแดนไปลาว
  • ค่าล่องเรือแม่น้ำโขงไปถ้ำติ่ง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ท่านละ 1,000,000 บาท
  • มัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง (ลาว )

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน กทม-อุดรธานี ไปกลับ
  • ค่ารายการอาหารนอกเมนู เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ค่ากระติ๊บใส่บาตรข้าวเหนียว ทำบุญ
  • ค่าทิปคนขับรถและไกด์ แล้วแต่น้ำใจของลูกค้า

 


ถ้าถามว่า ทัวร์หลวงพระบาง บริษัทไหนดี คำตอบคือ บริษัท ที.บี.บี. การท่องเที่ยว จำกัด เพราะ เราเน้นคุณภาพการบริการ เราไม่คิดที่จะขายทัวร์ครั้งเดียว และเรามีประกันภัยการเดินทางให้ทุกท่านได้อุ่นใจ  ด้วยหลักประกัน 1,000,000 บาท ทุกที่นั่ง ถูกต้องตามกฏหมาย

คิดถึง ทัวร์หลวงพระบาง คิดถึงเรา "ที.บี.บี. การท่องเที่ยว"

ประวัติเมือง หลวงพระบาง

หลวงพระบาง เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังในระดับโลก มีความเกี่ยวขัองกับคนไทยตั้งแต่ยุคสมัยเชียงแสน ล้านช้าง ด้วยเหตุที่เป็นเมืองติดแม่น้ำโขง และมีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม มีเอกลัษณ์ ความสวยงาม ตึกรามบ้านช่อง ที่ได้รับอิทธิพลจากสมัยยุคล่าอาณานิคม ทำให้มีอาคารในรูปแบบสถาปัตยกรรม โคโลเนียลสไตล์ อยู่ทั่วไป ในส่วจองตัวเมืองล้อมรอบด้วยแม่น้ำ 2สาย คือ น้ำโขงและน้ำคาน และมีธรรมชาติสวยงามรอบเมือง มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สวยงาม สืบสานมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เมืองหลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งเป็นการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแบบทั้งเมืองไม่ใช่แค่บางจุดของเมืองเหมือนอย่างที่อื่น

หลวงพระบาง อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของลาวในยุคสมัยอาณาจักรล้านช้าง เมื่อองค์การยูเนสโก้ยกให้ หลวงพระบาง เป็นเมืองมรดกโลกชื่อของ หลวงพระบาง กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลวงพระบาง จึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของลาว

ในสมัยที่เมือง หลวงพระบาง เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างมีพระเจ้าฟ้างุ้มเป็นผู้รวบรวมแว่นแคว้นต่างๆ ของชนเผ่าไท-ลาวในเขตลุ่มน้ำโขง แม่น้ำคาน แม่น้ำอู ก่อตั้งอาณาจักรล้านช้างขึ้นมา โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ หลวงพระบาง ในช่วงปี พ.ศ. 1896-1916 โดยการช่วยเหลือของกษัตริย์ขอม (เพราะมเหสีของเจ้าฟ้างุ้ม คือพระราชธิดาของกษัตริย์ขอมในขณะนั้น) พร้อมกับการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาแทนการนับถือผี ลาวเป็นประเทศหนึ่งที่สืบเชื้อสายบรรพบุรุษเดียวกับชาวไทย แต่ลาวมีชนกลุ่มน้อยมากมายหลายเผ่า ชาวลาวแท้ๆ มีเพียง 50% เท่านั้น นิยมอาศัยอยู่ที่ราบริมน้ำโขง ส่วนชาวเขานิยมอยู่บนเทือกเขา

ที่มาของชื่อเมือง หลวงพระบาง

ย้อนกลับไปยังอาณาจักรล้านช้างซึ่งเดิมมีชื่อเรียกว่า "เมืองชวา" ประมาณปี พ.ศ. 1900 มีการเปลี่ยนชื่อ จากชื่อมาเป็น "เมืองเชียงทอง" เนื่องจากมีชาวชวาอาศัยอยู่มากกว่ากลุ่มอื่น กระทั่งกษัตริย์ขอมได้พระราชทานพระพุทธรูปองค์หนึ่งชื่อว่า พระบาง เป็นพระพุทธรูปศิลปะสิงหล เจ้าฟ้างุ้มจึงทรงเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น "หลวงพระบาง" และเรียกมาจนปัจจุบัน

พ.ศ. 2088 พระเจ้าโพธิสารราชเจ้า โปรดฯ ให้ย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้าง ไปอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ แม้หลวงพระบาง จะไม่ได้เป็นเมืองหลวงต่อไป แต่เจ้ามหาชีวิต(กษัตริย์) ยังคงประทับที่เมืองหลวงพระบาง ต่อมาอาณาจักรล้านช้างแตกออกเป็น 3 อาณาจักร คือ

1. อาณาจักรล้านช้าง หลวงพระบาง
2. อาณาจักรล้านช้าง เวียงจันทน์
3. อาณาจักรล้านช้าง จำปาศักดิ์

กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง ยังคงสืบทอดราชบัลลังก์กระทั่งถึงยุคสิ้นสุดของราชวงศ์ อันมีสาเหตุหลักมาจากตกเป็นเมืองขึ้นของสยาม เวียตนาม และฝรั่งเศส เหตุนี้เองหลวงพระบางจึงมาความเป็นมายาวนาน เป็นราชธานีเก่าแก่ วัดวาอารามมากมาย และมีธรรมชาติที่สวยงาม ปัจจุบันเมืองหลวงพระบางมีประชากรประมาณห้าแสนคน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ที่ตั้ง : ตัวเมืองหลวงพระบางนั้น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคาน ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง อยู่ทางเหนือของประเทศลาว 

3 เหตุผลที่ หลวงพระบาง ได้เป็นมรดกโลก

หลวงพระบาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกด้วยเหตุผล คือ มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ซึ่งไหลบรรจบกันท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม และชาวหลวงพระบางมีบุคลิกที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตร และมีขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงาม

ซึ่งตรงกับเกณฑ์พิจารณาของยูเนสโกดังนี้

  • เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใด ๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
  • เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
  • เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมมนุษย์ ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งเสื่อมสลายได้ง่ายจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมตาม กาลเวลา

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

วัดเชียงทอง

เป็นวัดที่ถือว่าเป็นอัญมณีแห่งล้านช้าง จากรูปแบบสถาปัตยกรรม และงานจิตรกรรมที่ประณีตและเป็นเอกลักษณ์ศิลปะแบบล้านช้าง พระวิหารมีรูปทรงงดงาม หลังคาซ้อนกัน 3 ชั้น ลวดลายหน้าบันวิหาร ประติมากรรมซุ้มประตูทางเข้า เป็นความสวยงามประเมินค่าไม่ได้ ภายในวิหาร จะมีพระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ท่ามกลางลวดลายที่ประณีต ที่หอไตรของวัดมีลวดลายฝาผนังประดับกระจกเป็นเรื่องราววิถีชีวิตที่แฝงคติธรรมะ ซึ่งวัดเชียงทองนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่คู่เมืองหลวงพระบาง คือ พระม่าน วัดเชียงทองนี้ถือว่าเป็นสถานที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง

หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง หรือ หอคำ เดิมคือพระราชวังของเจ้ามหาชีวิตหลวงพระบาง จึงเรียกอีกชื่อว่า วังเจ้ามหาชีวิต สร้างเมื่อ พ.ศ. 2447 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ สืบทอดต่อมาถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว ต่อมาปรับให้เป็นหอพิพิธภัณฑ์หลวง เมื่อ พ.ศ. 2519 โดยใช้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุและของมีค่า เช่น บัลลังก์ ธรรมาสน์ เครื่องสูงและราชูปโภคของเจ้าชีวิต พระพุทธรูป และวัตถุโบราณ รวมถึงของขวัญจากต่างประเทศ

สถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมมีลักษณะสถาปัตยกรรมวิจิตรศิลป์ เป็นอาคารชั้นเดียว แต่ยกพื้นสูง หลังคาเป็นแบบล้านช้าง บริเวณหน้าประตูปูหินอ่อนจากอิตาลี ห้องต่าง ๆ ในอาคาร ได้แก่ ห้องฟังธรรมของเจ้ามหาชีวิต มีพระพุทธรูปจำนวนหนึ่ง รวมถึงธรรมาสน์ของพระสังฆราช ด้านหลังเป็นท้องพระโรง ห้องรับรองราชอาคันตุกะ มีภาพเขียนที่ฝาผนัง เป็นภาพวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีของคนลาว รวมถึงรูปขบวนเจ้ามหาชีวิตเสด็จไปสรงน้ำพระที่วัดเชียงทองและวัดใหม่สุวรรณภูมารามเป็นภาพเขียนแนวลัทธิประทับใจ เขียนโดยจิตรกรชาวฝรั่งเศส ยังมีรูปปั้นครึ่งพระองค์ของเจ้ามหาชีวิตลาว 4 พระองค์ และภาพรามเกียรติ์ปิดทองเคลือบเงาจากศิลปินลาว

ท้องพระโรงมีบัลลังก์หรือราชอาสน์ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ ผนังและเพดานพื้นเป็นสีแดง ประดับด้วยกระเบื้องโมเสครูปต่าง ๆ ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็กจำนวนมากที่นำมาจากวัดที่ถูกทำลาย ห้องบรรทมของเจ้ามหาชีวิต ห้องบรรทมของพระราชินี ห้องบรรทมของพระโอรสพระธิดา ได้กลายเป็นห้องเก็บเครื่องดนตรี เครื่องแต่งกายนางแก้วและเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ มีศิลาจารึกจำนวนหลายหลัก เก่าแก่สุดระบุคริสต์ศตวรรษที่ 7 จารึกเป็นภาษาลาวโบราณ และยังมีส่วนแสดงภูษาอาภรณ์ เครื่องประดับ เหรียญตราต่าง ๆ ฯลฯ

ห้องเสวย ห้องรับรองราชอาคันตุกะของพระนางคำผูย พระราชินีองค์สุดท้ายของลาว มีภาพเขียนขนาดใหญ่ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระนางคำผูย และเจ้าฟ้าชายวงศ์สว่าง เขียนโดยอิลยา กลาซูนอฟ ศิลปินชาวรัสเซีย ห้องเก็บของที่ระลึกจากผู้นำต่างชาติหลายประเทศ รวมถึงไทย เช่นของที่ระลึกของสหรัฐ เป็นสะเก็ดหินจากดวงจันทร์

ด้านหลังของหอพิพิธภัณฑ์มีอาคารเก็บราชพาหนะ บริเวณที่ตั้งของหอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง ยังเป็นที่ตั้งของหอพระบางซึ่งประดิษฐานพระบาง

วัดใหม่สุวรรณภูมาราม

เดิมเป็นวัดหลวง ตั้งอยู่ในหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังหลวงพระบาง (หอคำ) เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของหลวงพระบาง สร้างโดยเจ้าอนุรุทธและเจ้ามันธาตุราช เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชของลาวจนถึงสิ้นสมัยราชอาณาจักร

สมัยเจ้ามันธาตุราชได้มีการสร้างพระพุทธรูป พระธาตุ หอขวาง และสมัยพระเจ้ามหินทรเทพนิภาธร โปรดให้สร้างระเบียงคดเพิ่มเติม เป็นต้น เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง และใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

สิมของวัดเป็นแบบผสมผสานหลายสกุลช่างเข้าด้วยกัน เป็นสิมแบบโอ่โถงอยู่ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เกือบจะคล้ายกับสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีขนาดใหญ่ สูงโปร่ง เครื่องประกอบหลังคา มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์อย่างอุโบสถศิลปะรัตนโกสินทร์ หลังคาแอ่นโค้ง มีโหง่และช่อฟ้า (สัตตะบูริพัน) ตกแต่งด้วยลายฟอกคำอย่างสิมแบบหลวงพระบาง หลังคามีการซ้อนชั้นแบบเชียงขวาง และมีคอสองแบบไทลื้อ ทวารบาล เช่น รูปเทวดาถือช่อดอกกระดันงา ตามแบบที่นิยมในศิลปะลาว ขณะเดียวกันก็มีรูปมังกรแบบจีนสลักไว้ด้านล่าง ส่วนภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง คนลาวเรียกว่า พระเอ้ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ ส่วนผนังด้านในประดับพระพิมพ์ปิดทององค์เล็ก ๆ เป็นหมื่นองค์ มีภาพปูนปั้นปิดทองเรื่องพระเวสสันดรที่แฝงด้วยเรื่องราวการดำเนินชีวิตของชาวเมืองหลวงพระบาง ด้านหน้ายังปรากฏหอขวาง

ศูนย์ศิลปะและชนเผ่าวิทยา

เป็นนิทรรศการที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าต่างๆ ที่มีอยู่ในหลวงพระบางหรืออยู่ในลาว ด้วยการดัดแปลงบ้าน 1 หลังแบ่งเป็นห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าหลายเรื่องได้แก่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ เครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรี โดยปกตินักท่องเที่ยวจากต่างชาติแถบยุโรปอเมริกาจะชอบมาเที่ยวที่นี่ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวทางฝั่งเอเชียจะไม่ค่อยมากันเท่าไหร่โดยเฉพาะคนไทยเพราะค่าเข้าค่อนข้างแพงส่วนภายในก็คล้ายๆ กับพิพิธภัณฑ์ที่มีอยู่มากมายในบ้านเรา

ค่าเข้าชม 25,000 กีบ (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
เวลาทำการ 09:00 - 18:00

น้ำตกตาดกวางสี

น้ำตกตาดกวางสี (ຕາດກວາງຊີ) เป็นน้ำตกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ประมาณ 32 กิโลเมตร ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของหลวงพระบาง

น้ำตกตาดกวางสี มีจำนวนชั้นทั้งหมด 4 ชั้น มีความสูงโดยรวมประมาณ 75 เมตร เป็นน้ำตกหินปูน น้ำในน้ำตกจึงมีสีเขียวมรกต ภายในน้ำตกมีการจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีพื้นที่แบ่งออกเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร โดยไม่อนุญาตให้มีการปรุงอาหาร พื้นที่สำหรับเล่นน้ำ และมีการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

ราคาบัตรผ่านเข้าชม 20,000 กีบ (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 6.00-17.00 น.
บริเวณทางเข้าน้ำตกจะมีศูนย์อนุรักษ์หมี ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมหมีจากการช่วยเหลือจากการค้าสัตว์ป่าในสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศลาว ซึ่งค่าเข้าชมส่วนหนึ่งก็นำมาอนุรักษ์บำรุงหมี

ออกพบตก

ก่อตั้งในปี 2543 โดยหญิงสาวชาวอังกฤษชื่อ Joanna (Jo) Smith และ Veomanee ( Veo ) Douangdala ชาวประเทศลาว ออก พบ ตก หรือที่รู้จักกันในชื่อ OPT ได้เติบโตขึ้นจากร้านค้าเล็ก ๆ ที่จำหน่ายสินค้าออกแบบเพียงไม่กี่อย่าง ได้กลายมาเป็นแหล่งสิ่งทอที่สำคัญและสถาบันศิลปะในประเทศลาวและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในตอนนี้ ออก พบ ตก มีพนักงานมากกว่า 78 คน    

ออก พบ ตก (หรือที่แปลว่า"ตะวันออกพบตะวันตก" ในภาษาลาว) ก่อตั้งขึ้นบนหลักการของการค้าที่เป็นธรรมและการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน บริษัท เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจเพื่อสังคมและแฟชั่นจริยธรรม

ไม่ว่าคุณจะมีเวลา 30 นาที หรือ 30 ชั่วโมง ถ้าคุณอยากลองเรียนหรือทานอาหารกลางวันที่ เรายินดีที่จะมอบสิ่งพิเศษให้คุณได้สัมผัสในขณะที่อยู่ในหลวงพระบาง เข้าร่วมทัวร์พร้อมไกด์ฟรีแล้วเดินเล่นไปในสวนหรือมาที่ Living Crafts Center เพื่อชมช่างทอผ้าต้นแบบ 28 คนบนเครื่องทอผ้าของพวกเขา 

แชฟฟรอน กาแฟ

Saffron Coffee ร้านนี้เรียกได้ว่าเป็นร้านกาแฟที่คัดสรรมาอย่างดี ตั้งแต่การปลูกที่จะคัดคนปลูกเอง เลือกเกรดกาแฟ และที่สำคัญที่นี่คั่วเมล็ดกาแฟเองอีกด้วยค่ะ กาแฟที่นี่เป็นกาแฟที่มีรสเฉพาะของประเทศลาวเลย เมนูที่ร้านมีทั้งเค้ก ของหวาน กาแฟ เครื่องดื่มร้อน-เย็น เมนูน่าทาน เช่น เอสเปรสโซ ลาเต้ เค้กแครอท

วัดพระธาตุพูสี

พูสี (ພູສີ) เป็นเนินเขาสูง 100 เมตร (328 ฟุต) ใจกลางเมืองเก่าหลวงพระบาง ประเทศลาว ตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทรเมืองเก่า ด้านหนึ่งติดกับแม่น้ำโขงและอีกด้านหนึ่งติดกับแม่น้ำน้ำคาน บนยอดเขาประดิษฐาน พระธาตุพูสี พระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร

ขึ้นเนินไปครึ่งทาง มองเห็นน้ำคานคือ วัดธรรมภูศรี วัดพุทธศาสนา ที่ยอดเขานั้น มองเห็นเมืองและชนบทโดยรอบ คือ วัดชมศรี ซึ่งเป็นวัดพุทธและเป็นจุดเด่นของการท่องเที่ยวหลวงพระบาง

ค่าทางเข้าพูสี 20,000 กีบ (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ตลาดเช้า

แหล่งวัตถุดิบที่สดใหม่ของเมืองหลวงพระบาง เป็นตลาดแห่งแรกในตอนเช้า ที่ชาวบ้านต่างพากันไปซื้อผักปลา สมุนไพรต่าง ๆ ไข่ ผลไม้สด รวมถึงเนื้อสัตว์ต่างๆ เป็นตลาดกลางแจ้งที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะขายสินค้าของพวกเขาเองใต้ร่มขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ที่เหมาะจะซื้อ ไคแผ่น (สาหร่ายแม่น้ำ) เนื้อควายแห้ง กล้วยและหน่อไม้ทอด ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สนใจซื้ออะไร แต่มันก็คุ้มค่าที่จะไปเยี่ยมชมเพื่อถ่ายรูปสิ่งแปลก ๆ และน่าอัศจรรย์

เวลาเปิดทำการ: 5:00น. - 11:00น.
สถานที่ตั้ง: อยู่หลังศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว

การเดินทางไปหลวงพระบาง

สำหรับการเดินทางไปยังเมืองหลวงพระบาง โดยปกติจะสามารถเดินทางได้รูปแบบ คือ
- โดยทางเครื่องบิน ลาวแอร์ไลน์ (สุวรรณภูมิ เชียงใหม่) บางกอกแอร์เวย์ แล้วก็ไทยแอร์เอเชียร์ 
- โดยรถยนต์ส่วนตัว เข้าทางด่านห้วยโก๋น จ.น่าน ผ่านอุดมไซ ไปเที่ยวหนองเขียว เมืองงอย หรือ เข้าทางเวียงจันทน์,วังเวียง ไปยังหลวงพระบาง
- รถโดยสารระหว่างประเทศจากจ.เลย ออกทุกวัน 08.00 ถึงหลวงพระบาง 18.00น, เชียงใหม่-หลวงพระบาง
- โดยรถไฟความเร็วสูงซึ่งมักจะเรียกกันในชื่อ  ทัวร์รถไฟลาวจีน ซึ่งต้อนทางจะอยู่ที่เวียงจันทน์
- แต่ถ้าให้สะดวกสุดคือใช้บริการแพ็คเกจทัวร์ โดยค้นหาบริการใน Google ด้วยคำว่า ทัวร์หลวงพระบาง